สัญญาจ้าง มีผลวันไหน ?
.
วันไหนล่ะ ???
.
วันทำสัญญา หรือ วันเริ่มงาน ?
.
คำถามนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่หลายคนยังสับสน ไม่แน่ใจว่า…วันไหนคือวันที่สัญญามีผลบังคับ
.
ก่อนเฉลยเรามาดูหลักกฎหมายก่อนนะครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “สัญญาจ้างแรงงาน”
.
♦ โดยขอให้สังเกตุคำสำคัญ 4 คำคือ การแสดงเจตนา คำเสนอ คำสนอง และการตกลง ดังนี้
.
» มาตรา ๕๗๕ อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
.
» มาตรา ๓๕๖ คำเสนอทำแก่บุคคลผู้อยู่เฉพาะหน้า โดยมิได้บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองนั้น เสนอ ณ ที่ใดเวลาใดก็ย่อมจะสนองรับได้แต่ ณ ที่นั้นเวลานั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงการที่บุคคลคนหนึ่งทำคำเสนอไปยังบุคคลอีกคนหนึ่งทางโทรศัพท์ด้วย
.
» มาตรา ๑๖๘ การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่ผู้รับการแสดงเจตนาได้ทราบการแสดงเจตนานั้น ความข้อนี้ให้ใช้ตลอดถึงการที่บุคคลหนึ่งแสดงเจตนาไปยังบุคคลอีกคนหนึ่งโดยทางโทรศัพท์ หรือโดยเครื่องมือสื่อสารอย่างอื่น หรือโดยวิธีอื่นซึ่งสามารถติดต่อถึงกันได้ทำนองเดียวกัน ”
.
» มาตรา ๑๔๙ นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
.
.
♥ สรุปง่ายๆ คือ สัญญาจ้างจะมีผลทันที เมื่อนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันโดยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร เป็นการแสดงเจตนาเสนอและสนอง ซึ่งกฎหมายเรียกว่า “คำเสนอและคำสนอง”
.
ดังนี้ สัญญาจ้างจึงมีผลบังคับทันทีใน “วันทำสัญญา” หรือ “วันที่ตกลงกัน” ส่วนเงื่อนไขว่า จะเริ่มงานวันไหน สัญญาสิ้นสุดเมื่อไร ค่าจ้างเท่าไหร่ และอื่นๆ ก็เป็นเพียงรายละเอียดเท่านั้น
.
ตัวอย่างเช่น หลังจากสัมภาษณ์ผู้สมัครงานแล้ว หากได้แจ้งกับผู้สมัครว่าบริษัทตกลงรับเข้าทำงานแล้ว โดยนัดเริ่มงานในอีก 1 เดือนข้างหน้า ให้ไปลาออกได้เลย… การแจ้งด้วยวาจาแบบนั้นทำให้สัญญาจ้างมีผลบังคับแล้ว ส่วนจะนัดหมายมาทำเอกสารสัญญาวันไหน ก็เป็นเรื่องของ “พยานหลักฐาน” ไม่ได้ทำให้ผลของสัญญาเปลี่ยนไป
.
“สัญญาต้องเป็นสัญญา” เมื่อมีผลบังคับแล้วต้องทำตามนั้น ถ้าไม่ทำจะถือว่าผิดสัญญา คู่กรณีมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ครับ ซึ่งเป็นเรื่องของการพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน
.
♦ นั่นคือหลักกฎหมาย…ที่คู่สัญญาทุกคนควรเข้าใจให้ตรงกัน !!!
.
.
♦ ในทางปฏิบัติ HR ฝ่ายนายจ้าง ควรพูดให้ชัดเจนว่า เราตกลง “จะรับเข้าทำงาน” นะ แต่มีเงื่อนไขอีก 2-3 ข้อคือ ต้องผ่านการตรวจร่างกาย ตรวจประวัติ และทำเอกสารสัญญาจ้างก่อนเท่านั้น คือ อย่านัดหมายโดยวาจาให้เริ่มงานทันที เพื่อเร่งให้ผู้สมัครไปลาออกจากที่เดิม ประมาณว่า มาเซ็นสัญญาในวันเริ่มงานเลยนะ แบบนี้ไม่เอา !
.
♥ สำหรับผู้สมัครงาน… ก็ต้องระมัดระวัง อย่าด่วนลาออกจากที่ทำงานปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการทำสัญญาเป็นหนังสือ เว้นแต่ มั่นใจว่ารับความเสี่ยงที่อาจจะขึ้นได้ ข่าวดีอาจเป็นโชคร้ายได้ในพริบตา เพราะมีบ่อยครั้ง ที่นัดหมายแล้ว ลาออกแล้ว แต่ถูกยกเลิกก่อนได้เริ่มงาน…แบบงงๆๆ
.
แม้สัญญาจะมีผลแล้วก็ตาม แต่…พยานหลักฐานสำคัญมากครับ !
.
♦ ที่สำคัญ “การทำสัญญาจ้าง” ของนายจ้างและ HR มืออาชีพ เมื่อทำแล้ว ต้องมีคู่ฉบับหรือสำเนาให้แก่ลูกจ้างเก็บไว้ด้วยนะครับ
.
ไม่รู้ทำไม… หลายแห่งให้เซ็นสัญญาแล้ว เก็บสัญญาไว้ฝ่ายเดียว ไม่ยอมให้ลูกจ้าง ???
.
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา….นะครับ !
.
.
ขอบคุณสำหรับ Like & Share ครับ
.
โดย อาจารย์แซม : สัจพล ส่งสมบุญ
กฎหมายแรงงาน | บริหารคน | บริหารผลงาน

Previous Post:
งานแบบนี้ ควรจ้างแบบไหน ?
